| ท่องโลกใบเล็กที่น้ำตกเจ็ดคด |
|
|
|
|
ในเรื่องที่พักมีบ้านพักทั้งแบบแอร์และพัดลมที่สามารถพักได้ 6 คน ในราคาคืนละ 1,000 บาท และ 600 บาท แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ นิยมนำเต็นท์มากางบริเวณรอบอ่างเก็บน้ำซับป่าว่านที่ทางศูนย์จัดพื้นที่ใน การทำอาหารและห้องน้ำไว้ให้บริการ บรรยากาศยามเช้า รอบอ่างเก็บน้ำเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเดินสูดอากาศบริสุทธิ์, ผีเสื้อสีแปลกๆ หรือแม้กระทั่งดอกไม้เล็กๆ ความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ที่นี่ถือว่าดีมาก ระหว่าง ทางเดินไปน้ำตกเจ็ดคด เราพบเห็ดแชมเปญสีสันสวยงามขึ้นอยู่ตามขอนไม้ แสดงถึงความชุ่มชื้นของป่าและระบบนิเวศที่สัมพันธ์กัน อย่างลงตัว การเดินเที่ยวน้ำตกเจ็ดคดจะต้องมีการลุย น้ำเพื่อข้ามลำห้วยรองเท้าฟองน้ำจึงน่าจะเหมาะที่สุด ส่วนรายละเอียดที่น่าเก็บเกี่ยวระหว่างทางก็คงจะเป็นบรรดาสิ่งมีชีวิตในโลก ใบเล็กที่ช่างภาพส่วนมากนิยมใช้เลนส์ชนิดที่เรียกว่าMacro เพื่อบันทึกภาพในโลกใบเล็กๆ เหล่านี้ ผม พบเห็นช่างภาพหนุ่มบางคนกำลังมีสมาธิกับการถ่ายภาพใยแมงมุมที่เต็มไปด้วยหยด น้ำค้างเกาะจนพราวคล้ายสร้อยไข่มุก ความสุขของการ เดินเที่ยวที่นี่อาจไม่ได้อยู่ที่ปลายทางแต่กลับอยู่ที่การช่างสังเกต สัตว์บางชนิดอย่างหอยทากธรรมดาๆ หากลองดูในรายละเอียดอาจพบลวดลายน่าสนใจ ผมเดินตาม หลังสุดในกลุ่มเพราะความที่หลงเสน่ห์ การถ่ายภาพเห็ดและยังได้พบเพื่อนร่วมรสนิยมหลายคนจึงได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน อย่างเพลิดเพลิน เส้นทางไปยังน้ำตกจะแบ่งเป็นสาม ระยะคือระยะทางจากศูนย์ฯไปน้ำตกเจ็ดคดเหนือ ประมาณ 1.5 กม. ใช้เวลาในการเดินประมาณ 1 ชม. ส่วนระยะที่สองคือเดินต่อไปยังน้ำตกเจ็ดคดใต้รวมระยะทางประมาณ 3 กม.ใช้เวลาประมาณ 2ชม.ครึ่งและส่วนที่สามที่ต้องมีเจ้าหน้าที่พาเดินคือเส้นทางสู่น้ำตกเจ็ดคด ใหญ่ใช้เวลาประมาณ 4 ชม.(ซึ่งควรเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าเจ้าหน้าที่คิดค่าบริการในการพาชม 400 บาทต่อครั้ง ไม่จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว) ที่น้ำตก เจ็ดคดใหญ่มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่สามารถลงเล่นน้ำได้เพื่อคลายความเหนื่อยล้า ในการเดินทางโดยส่วนตัวในฐานะของคนที่มีอาชีพถ่ายภาพ ผมพบว่าที่แห่งนี้เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจมากมาย เริ่มตั้งแต่การเฝ้ามองความสุขของชาวเต็นท์ทั้งหลายที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและไมตรีที่มอบให้กันตามประสาคนรักธรรมชาติ บางครอบครัวพาลูกหลานมาเที่ยวเพื่อปลูกฝังนิสัยการช่วยเหลือตัวเอง พร้อมทั้งการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ บรรดาสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เราไม่อาจพบเห็นได้ในเมืองใหญ่ก็อวดโฉมงดงามเพื่อให้คนที่รักการเดินทาง ได้มาสัมผัส ข้อมูลการเดินทาง จากกรุงเทพฯทางรถยนต์ ใช้ถนนวงแหวนตะวันออก (มอเตอร์เวย์) ตามป้ายบางปะอินแล้วแยกขวาเข้าสระบุรีถึงสระบุรีเลี้ยวขวาตามเส้นทางไป นครราชสีมาประมาณ 5 กม.จะเห็นป้ายทางเข้าศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคดให้ไปกลับรถที่ อ.ทับกวางแล้วแยกซ้ายตามป้ายไปประมาณ20 กม.รวมระยะทางจากกรุงเทพฯประมาณ 130 กม. สามารถ โทรสอบถามข้อมูลและจองที่พักได้ที่เบอร์ 089 2378659, 085 9683520 นิพนธ์ / เรื่อง ภาพ |



ในช่วงเวลาที่ราคาน้ำมันสูงขึ้นมากอย่างนี้หลายคนที่เป็นคนรักการเดินทางคง ลำบากใจไม่น้อย ในการตัดสินใจขับรถออกท่องเที่ยวในวันหยุดพักผ่อน เพื่อนผมบางคนต้องใช้วิธีรวบรวมสมาชิกให้มากพอที่จะช่วย จ่ายค่าน้ำมัน แต่บางครั้งมากคนก็มากความอาจทำให้ เสียบรรยากาศได้ เมื่อไม่นานนี้เพื่อนผมคนหนึ่ง แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เท่าใดนักประมาณว่าขับรถไม่เกินสามชั่วโมงก็ถึง สถาน ที่ๆ ว่านี้อยู่ในเขตจังหวัดสระบุรี มีชื่อว่าศูนย์ ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคดโป่งก้อนเส้า เปิด ทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งเบาปริมาณนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังอุทยาน แห่งชาติเขาใหญ่เป็นจำนวนมาก ตามนโยบายของคุณปองพล อดิเรกสารซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้น ที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติแห่งนี้มีพื้นที่ทั้งหมด 13,750 ไร่ ครอบคลุมแปลงปลูกป่าธรรมชาติเน้นการให้ข้อมูลเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติและ ให้บริการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจได้แก่ บริเวณจุดชมวิวมอเครือตั้งอยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวประมาณ 1.8 กิโลเมตร จากที่นี่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของพื้นที่ในมุมกว้างและแนวเทือกเขาของ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นักท่องเที่ยวที่นิยมการถีบจักรยานสามารถเช่าในอัตรา 50 บาทต่อชั่วโมงเพื่อวัดความฟิตของร่างกาย วัน นั้นผมพบเสือภูเขาหลายคันกำลังปั่นขึ้นมายังจุดชมวิว